[BCC] Bomb!!!
posted on 29 Apr 2012 21:23 by novacaine in Blodwen[BT] Someone like you
posted on 07 Jan 2012 18:09 by novacaine in Blodwen[BT] Someone like you

*****************************
ความตายกับการมีชีวิตเปรียบเหมือนสองด้านของเหรียญ...
คำพูดนี้เป็นของ คาริล ยิบราล นักปราชญ์ นักปรัชญา หรืออะไรทำนองนั้น ผมเคยเห็นมันสกรีนบนเสื้อยืดสีขาวของเธอ ตัวอักษรสีดำเป็นเหลี่ยมมุมไร้ลวดลาย แต่พอมารวมๆ กันกลับมีเสน่ห์อย่างประหลาด และยิ่งมีเสน่ห์มากขึ้นเมื่อมันอยู่บนตัวของเธอ
ผมไม่เห็นเสื้อยืดตัวนั้นนานแล้ว แต่มาถึงตอนนี้ผมกลับคิดถึงประโยคที่สกรีนลงบนเสื้อตัวนั้นขึ้นมา คำพูดง่ายๆ แต่ก็เป็นความจริง...และมันได้ถูกเน้นให้ชัดด้วยสิ่งที่อยู่ตรงหน้า
ป้ายหลุมศพของ ‘เธอ’
เธอสูดลมหายใจของโลกใบนี้เป็นครั้งสุดท้ายไปเมื่อราวปลายสัปดาห์ก่อน ช่วงที่หิมะเริ่มละลายและใบไม้เริ่มผลิบาน...ตรงตามคำเปรียบเปรย...ชีวิตและความตาย...สองฝั่งตรงข้ามของเหรียญ
ผมก้มหน้ามองป้ายหินตรงหน้าพลางนึกไปถึงเรื่องราวของเราสองคน...ผมไม่รู้เรื่องของเธอมากนัก อาจเพราะเราไม่ได้ “คบหา” กันอย่างจริงจัง แม้ว่าผมจะสนใจเธอจริง...และเราก็มีเซ็กส์กันหลายครั้ง แต่นั่นไม่ได้ทำให้เราคบหากัน
“คุณไม่ใช่คู่แท้ของฉันหรอก”
เธอเคยพูดแบบนั้น แล้วก็หัวเราะออกมาเหมือนเด็กๆ ผมชอบรอยยิ้มของเธอ เพราะฉะนั้นผมถึงยิ้มตามไปด้วย...หากให้คำนิยาม เราสองคนจึงเหมือนเพื่อน พี่น้อง หรือแม้แต่กระทั่งคู่นอนชั่วครั้งชั่วคราวตามความพึงพอใจเสียมากกว่า
เธอเป็นคนเอเชียที่เกิดในอเมริกา และชอบถ่ายภาพท้องฟ้า...บางครั้งเมื่อเธอรวบรวมภาพได้มากพอ เธอจะจัดแสดงภาพพวกนั้นสักครั้งหนึ่ง เพราะฉะนั้น...ครั้งแรกที่เราเจอกันจึงเป็นการเจอกันในงานจัดแสดงภาพของเธอ
“คุณดูไม่ใช่คนประเภทที่เดินเข้าแกลลอรี่”
เธอเคยทักผมไปแบบนั้น ไม่คิดเหรอว่าที่ที่ทุกคนเข้ามาเพียงเพื่อชื่นชมในบางสิ่งและแลกเสียงกระซิบกระซาบต่อกันมันมีเสน่ห์ ผมตอบง่ายๆ และคืนนั้นเราก็เริ่มกระโจนขึ้นเตียงแบบง่ายๆ
เธอมักจะไปๆ มาๆ บางครั้งหายไปเป็นปี...ระหว่างนั้นผมเองก็มีชีวิตของผม คบๆ เลิกๆ กับผู้หญิงที่ไม่ใช่คู่แท้ของผม...แน่นอนผมชอบพวกเธอ แต่พวกเธอมักจะเอาอารมณ์เกริ่นนำก่อนความคิด และเริ่มต้นหาเรื่องทะเลาะเมื่อคิดว่าผมเป็นของพวกเธอ
แต่ผมไม่ใช่ของใคร...และผมไม่ชอบความคิดแบบนั้น
จนกระทั่งวันหนึ่ง เธอโทรมาหาผมจากตู้โทรศัพท์สาธารณะ ในคืนที่มีหิมะแรกตกลงมาในนิวยอร์กพอดี เฮ้ เธอทักผมด้วยน้ำเสียงแจ่มใส ฉันพาที่รักมาให้คุณรู้จัก
ที่รักที่ว่าเป็นเด็กน้อยอายุขวบกว่าๆ แก้มขาวๆ กลายเป็นสีแดงเมื่อเจอกับไอหนาวแม้จะหุ้มห่อตัวเองด้วยเสื้อกันหนาวตัวหนาจนทำให้ร่างเล็กๆ กลมป๊อก
เด็กคนนั้นชื่อ “อลิเซีย”
.
.
.
เวลาผ่านไปนานนับจากคืนนั้น และผมพบว่าเธอกำลังจะตาย ซึ่งถ้าหากเป็นแบบนั้นอลิเซียจะถูกส่งไปสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า ผมจึงเสนอตัวแทรกเข้ามาในชีวิตส่วนตัวของเธอทั้งที่ไม่เคยทำมาก่อน ขั้นตอนยุ่งยากไปนิด แต่ในที่สุด อลิเซียก็กลายเป็นลูกสาวของผมโดยสมบูรณ์
ผมพาอลิเซียไปหาอากิระ อธิบายสถานการณ์สั้นๆ ซึ่งน้องสาวของผมก็ไม่ได้ถามอะไรมาก และยินดีรับฝาก “หลานสาว” คนใหม่โดยไม่ได้บ่นอะไร ส่วนผมกลับมาที่นิวยอร์ก...ยื่นใบลาออกจากงานที่กำลังไปได้สวย แต่ในเมื่อผมเกลียดการเมืองในระดับบริหาร การเดินจากมาในช่วงนี้จึงเป็นจังหวะที่พอเหมาะพอดี
และผมก็ใช้เวลาที่เหลือไปกับการเฝ้าดูวาระสุดท้ายของชีวิตเธอ
.
.
.
ผมก้มหน้าดูป้ายหลุมศพของเธอ ก่อนจะยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดู พลางนึกถึงความรู้สึกของพ่อ ตอนที่มองดูหลุมศพของอาคริสทีน...ผมว่าตอนนี้ผมก็รู้สึกไม่ต่างกับพ่อในตอนนั้น บางทีนี่อาจจะเป็นคำสาปของเราสองคนพ่อลูกก็ได้ ที่จะสูญเสียอะไรบางอย่าง และได้รับอะไรบางอย่างเป็นสิ่งทดแทน...แม้มันจะไม่สามารถทดแทนได้ทั้งหมดก็ตาม
หากจะถามว่าผมรักเธอไหม ผมคงตอบไม่ได้...ผมยังไม่เคยรู้สึก “รัก” ใครจริงๆ และบางทีคู่แท้ของผมอาจยังไม่มาเกิด แต่ที่แน่ๆ การละทิ้งโลกใบนี้ไว้เบื้องหลังของเธอก็ทำให้ผมรู้สึกเศร้า...ลึก...เกินกว่าจะบรรยายได้
เข็มนาฬิกาเคลื่อนบอกเวลาที่ผมต้องไป...ผมกำลังจะไปขึ้นเครื่องบินที่จะละทิ้งทุกสิ่งไว้เบื้องหลัง และส่งผมกลับบลอดเวน กลับไปใช้จังหวะชีวิตช้าๆ พร้อมกับทำตัวเป็นพ่อที่ดีให้กับลูกสาวของผม เหมือนอย่างที่พ่อของผมเคยทำตอนที่ดูแลผมกับอากิระขึ้นมา
และผมหวังว่าผมจะทำได้ดีเหมือนอย่างที่พ่อของผมทำ...
.
.
.
Fin.